Sharing is caring!

เพิ่งผ่านพ้นไปไปกับงาน PWA Online Hackathon งานสำหรับนักพัฒนาสาย Web ที่จะสร้างสรรค์ผลงานในช่วงแค่ระยะเวลาแค่ 48 ชม. โดยเรียกว่าเปิดโอกาสให้นักพัฒนาทั่วไป ไม่ใช่แค่ภายในประเทศไทยแต่รวมถึงนักพัฒนาทั่วโลก โดยงานถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2560 20:00 น. – 25 มิถุนายน 2560 20:00 น.

PWA Online hackathon คืออะไร

PWA Online Hackathon เป็นการแข่งขัน Hackathon ที่ไม่ต้องมาเจอหน้ากันจริงๆ ต่างคนต่างทำอยู่บ้าน สร้าง Web Application เจ๋ง ๆ แล้วส่งมาแข่งกันผ่าน online Web Application ของใครเจ๋ง ก็รับรางวัลมากมายจากเราไปได้เลย

โดยงานนี้ได้ Sponsor  บริษัทใหญ่ ๆ หลายบริษัท

ของรางวัลเรียกได้ว่าจัดเต็มกันเลยที่เดียว

เมื่อได้สมาชิกในทีมครบ ซึ่งก็เหลือเวลาเตรียมตัวก่อนถึงวันแข่งขันจริง ประมาณ 2 สัปดาห์ ในระหว่างนี้ก็คุยกันผ่าน Social เพียงอย่างเดียว โดยสร้างกลุ่ม Line ขึ้นมา เพื่อนในทีมบางคนยังไม่เคยเห็นหน้ากันเลยด้วยซ้ำ จึงจำเป็นต้องให้มาพบหน้ากันสักครั้ง เพราะล้วนแต่ทำงานในบริษัทคนละแห่งกัน ก็เลยถือโอกาสช่วงเย็นหลังเลิกงาน นัดพบปะเจอหน้า

แน่นอนการแข่งขันย่อมมีกฏกติกา มาดูรายละเอียดกันหน่อย

กติกา
  • ทีมที่เข้าแข่งขันต้องมีสมาชิกตั้งแต่ 1 – 5 คน
  • เรามีเวลาให้ 48 ชั่วโมงสำหรับการสร้าง Web Application ห้ามสร้างก่อนเป็นอันขาด
  • ทุกทีม ต้อง push code ทั้งหมด ขึ้น GitHub อย่างสม่ำเสมอ ในช่วงเวลา 48 ชั่วโมง
  • งานของทุกทีมต้อง Host อยู่บน Firebase hosting เท่านั้น
  • เรามีกฏนิดหน่อยสำหรับ Web Application และทางกรรมการขออนุญาตตัดสิทธิสำหรับ Application ที่ทำผิดกฏ
  • ทางทีมผู้จัดงานจะส่งรายละเอียด เรื่องวิธีการส่ง Web application หลังจากที่ได้สมัครแล้ว

ดูรายละเอียดของกติกา ก็ไม่ได้มีอะไรที่มองดูแล้วว่าจะยาก เป็นห่วงเพียงเรื่องเดี่ยวคือ Firebase hosting ซึ่งในทีมก็ยังไม่เคยได้ลองใช้งานกันเลย

ต่อมาเรื่องกฏที่ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ

กฏ
  • เราไม่อนุญาตให้ ทำ Backend หรือ API เองเป็นอันขาด
  • แต่มันจะไม่สนุกเลยถ้าใช้ API ไม่ได้เลย เราจึงยอมให้ใช้ API ที่เป็น Public และ “ฟรี” ได้ (API ที่เป็น Free plan นับเป็น ฟรีเหมือนกัน)
  • Frontend Library ต่าง ๆ ที่เปิดเป็น Public สามารถใช้งานได้ทั้งหมด
  • Web Application จะต้องมี Web App Manifest (สามารถ Add to home screen ได้สมบูรณ์) และ Service worker ติดตั้งอยู่
  • Web Application จะต้องใช้งานได้บางส่วนหากไม่ได้เชื่อมต่อ Internet

งานยากเลยสำหรับกฏบางข้อกับเวลา 48 ชม. ส่งรายละเอียดให้สมาชิกแบ่งงานกันไปคิด ทุกคนตั้งทำถาม “พวกเราจะทำเกี่ยวกับอะไรดี”

1 สัปดาห์ก่อนถึงวันแข่งขัน

นัดรวมตัวกันอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นวันที่ต้องนำ Idea ของแต่ละคนมา Share กันแล้วว่าจะทำอะไรดีในช่วงระยะเวลาแข่งขันอันสั้นนี้ ได้ข้อสรุปว่าเราจะใช้ Web Navigator เป็นสิ่งหลัก โดย Interface Navigator นี้จะสามารถเรียก Device ของเครื่อง Client ที่ User ใช้งานอยู่นั้น โดยจะเรียก Feature ของ Hardware ได้หลายอย่างมาก เช่น Microphone , Camera ,Bluetooth ,Notification ,Audio ,Battery ,Geolocation เหล่านี้เป็นต้น จึงเลือกมาใช้เป็น Feature ของ Application ทีมเรา

จึงได้สรุป Feature หลัก ๆ ที่ตั้งใจว่าที่จะให้ Application เราต้องสามารถทำได้

  • Take photos ต้องถ่ายภาพได้
  • เก็บ Location (Latitude,Longitude) ของ User ที่ใช้งานได้
  • Google Map ต้องแสดงตำแหน่งของ User ที่ใช้งานได้บนแผนที่ พร้อมกับแสดงตำแหน่งของ User ที่เรียกใช้งาน App ได้ในบริเวณใกล้เคียง โดยแสดงเป็นตำแหน่ง Mark บน Google Map
  • แสดง Gallery รูปภาพของตัวเองได้
  • สามารถลงชื่อเข้าใช้งาน App ได้ด้วย Google Account , Facebook Account
  • แสดง Gallery รูปภาพของ User ที่ใช้งาน App โดยทำมาแสดงเป็น Feeds ข้อมูล โดยจะทำการกด Like ให้กับรูปนั้น ๆ ได้
  • มีการแจ้งเตือน User ให้กรณีที่มี User อื่นที่ถ่ายภาพในบริเวณใกล้เคียงได้
  • ส่ง Email แจ้งเตือน กรณีลงชื่อเข้าใช้งานในครั้งแรก

เมื่อสรุปขอบเขตของ Application ได้แล้วก็ลงมือ ออกแบบ Prototype หน้าจอก็ได้ออกมาหน้าตาแบบนี้

เนื่องจากเป็นการ Coding ข้ามวันข้ามคืนก็ต้องการสถานที่กบดานกัน ผมเลยเสนอสถาที่นี่เลย บ้านบางเขน ถ้าใครเคยได้ยินจะพอทราบว่าเป็นแหล่งพักผ่อนในแบบคนที่ชอบถ่ายภาพ และก็จะมี Zone ห้องแอร์สำหรับนั่งอ่านหนังสือ คุยงาน ถือว่าเหมาะมากสำหรับนั่งทำงานบรรยากาศเงียบสงบแอร์เย็น เพราะเสียค่าบัตรเข้าใช้บริการ 20 บาท (สามารถนำบัตรไปแลกน้ำเปล่าได้ 1 ขวด) ก็สามารถเข้าใช้บริการห้องอ่านหนังสือได้แล้ว พวกเราเลือกที่จะไปรวมตัวกันที่นี่

วันแข่งขัน

และแล้วก็มาถึงวันเริ่มแข่งขัน วันที่ 23 มิถุนายน 2560 20:00 น. ทีมเราลงความเห็นว่าจะผักผ่อนกันก่อนโดยจะไปเริ่ม เช้าวันเสาร์ 09:00 น.

เราแบ่งงานกันเป็นส่วน ๆ รับผิดชอบ เพราะด้วยการออกแบบแยกส่วนการทำงานแล้วจึงไม่ยากในการ Coding เท่าไหร่แต่ก็ติดปัญหาเป็นช่วง ๆ เพราะเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ใหม่เกือบทุกคน

โดยเราเลือกใช้ Angularjs และเลือก materializecss.com  นี้เป็นหลักในการ Implement App ในครั้งนี้

ในระหว่างที่แต่ละทีม Coding อยู่แต่ละทีมก็จะสามารถความเลื่อนไหวของทีมอื่น ๆ ได้แบบ Realtime เพราะทีมผู้จัดออกแบบการแสดงผลของคะแนนไว้แล้ว สามารถเข้าดูได้ตลอดเวลา

เกณฑ์การตัดสินมีคะแนนรวมของเครื่องมือที่ชื่อ Lighthouse  ที่จะค่อยวัดประสิทธิภาพแอพเราว่ามีคะแนนรวมเท่าไหร่โดยแบ่งการให้คะแนนออกเป็น 4 ด้าน

  • Progressive Web App
  • Performance
  • Accessibility
  • Best Practices

โดยทุกหัวข้อจะมีคะแนน 100 คะแนน ก็รวม ๆ แล้ว 400 คะแนนเห็นจะได้ซึ่งทีมเราก็ไม่น้อยหน้า ก็ต้องวัดประสิทธภาพด้วยเช่นกัน

ช่วงแรกเรามองคะแนนของให้ความสนใจกับเรื่อง Progressive Web App ซะส่วนใหญ่ และจะกลับมาปรับ Tune Performance ในภายหลังแต่ก็ไม่ทันเวลา แต่มองว่าเครื่องมือนี้ช่วยเราได้ในระดับนึง

เราใช้เวลาได้ไม่เต็มที่นั่งเพราะก็มองการแข่งครั้งนี้เป็นการเก็บประสบการณ์ไปก่อน ต้องขอบคุณทุกคนในทีมที่ช่วยกันได้อย่างเต็มที่

นี่คือตัวอย่างหน้าจอสุดท้ายก่อนหมดเวลา