พฤษภาคม 2015

10 keyลัด ที่ใช้งานบ่อย ๆ กับ Netbeans IDE keyboard Shortcuts

พูดถึงอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาโปรแกรม ต่างก็มีมากมายหลายชนิด หลายรูปแบบ ทั้งแบบฟรีและเสียเงินซื้อ

วันนี้จะมาพูดถึงเรื่องโปรแกรมช่วยพัฒนาโปรแกรมที่ชื่อว่า Netbeans IDE โปรแกรมสำหรับช่วยในการเขียนโค๊ดโปรแกรมให้ช่วยย่นระยะเวลาการเรียนโปรแกรมให้น้อยลง เพราะจะมีตัวช่วยตรวจสอบข้อผิดพลาด มีตัวช่วย autocomplete ในการเรียกคำสั่งที่มีในระบบ แต่เมื่อเราต้องเขียนคำสั่งที่ใช้งานบ่อย ๆ เช่น แสดงข้อความออก console อย่าง System.out.println(‘ข้อความ’); (ขออนุญาตใช้ Java ในการยกตัวอย่าง) แต่ คีย์ลัดใช้แค่ sout [enter] ระบบเครื่องมือก็จะแสดง hint System.out.println(‘ข้อความ’); ให้เลือกทันที แบบนี้ก็จะทำให้รวดเร็วทันใจเหล่าโปรแกรมเมอร์ทั้งหลายละ วันนี้เลยอยากจะมาแบ่งปัน 10 คีย์ลัดเพื่อนการเขียนโปรแกรม และ ใช้เครื่องมือ Netbeans IDE ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เริ่มกันเลย

1. CTRL+F12 [คำสั่งแสดงแทบเครื่องมือ Navigate ]

เมื่อพัฒนาโปรเจคไปได้สักระยะจะเห็นได้ว่าโปรเจคของเราเริ่มใหญ่ขึ้น มี File Class มากขึ้น และแต่ละ Class ก็จะมีจำนวน Method มากขึ้น ซึ่งจะเสียเวลามากถ้าจะให้มาเลื่อนขึ้นเลื่อนลงเพื่อหา Method ที่เราต้องการดู มันจะรวดเร็วทันใจด้วย Navigator

Navigator

 

 

 

 

 

 

2. SHIFT+ESC [ย่อ-ขยาย พื้นที่ทำงาน]

การใช้ SHIFT+ESC เพื่อย่อ หรือ จะขยายเพิ่มพื้นที่การทำงาน

Minimize       Maximize

3. CTRL+7 [เรียกใช้งาน Navigator]

CTRL+7 จะดูคล้ายกับ CTRL+F12 แต่ CTRL+7 จะเรียกใช้งาน Tab Navigator ขณะขยายหน้าจอพื้นที่การทำงาน

CTRL+7

4. CTRL+/ [การค้อมเม้นซอสโค๊ด]

การค้อมเม้นโค๊ดการทำงาน

4. CTRL+

5. ALT+SHIFT+F [Format Code]

จัด Format Code ของซอสโค๊ด

6. CTRL+0 [เปิดใช้งาน Go To Type เพื่อดู Class ของ library ต่างๆ]

เปิดใช้งาน Go To Type เพื่อดู Class ของ library ต่างๆ เรียกว่าทางลัดก็ได้

GotoType

7. CTRL+# [เปิดการใช้งาน หน้า windows ที่แตกต่างกัน]

เอาไว้เปิด directory document user

7. CTRL+# Activate different windows

CTRL+1 – Project Window
CTRL+2 – Files Window
CTRL+3 – Favorite Window
CTRL+4 – Output Window
CTRL+5 – Services window
CTRL+6 – Tasks Window

8. ALT+INSERT [Generate Code]

การเรียก Menu-Context Genarate

Generate Code

9. ALT+F7 [Find Usages]

ค้นหาการใช้งานในโปรเจคการทำงานทั้งหมด

Find Usages

10. CTRL+F4 [Close Editor Window ปิดพื้นที่การทำงานทั้งหมด]

ปิดพื้นที่การทำงานทั้งหมด

คีย์ลัดเหล่านี้เป็นสิ่งที่ถือว่าใช้งานค่อนข้างบ่อยมากเลยที่เดียว จริงแล้วมีอีกเยอะมาก หวังว่า 10 ข้อนี้จะช่วยทุกคนที่ฝึกใช้ให้ทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ศึกษาเพิ่มเติมได้จาก https://netbeans.org/project_downloads/usersguide/shortcuts-80.pdf

แชร์ประสบการณ์เข้าร่วมงาน Git with Workshop one-day crash course

git_logo

GIT (Version Control)

วันนี้มีโอกาสได้เข้าร่วมงาน Git with Workshop one-day crash course โดย คุณ Tomz จาก Agoda ณ Stream I.T. Consulting Ltd. วันที่ 17 พ.ค. 2558 09.30 – 16.00

หัวข้อ คอร์สเทรนของวันนี้

Git with Workshop one-day crash course
1) Introduction to Git
2) Tools
Client side ( Git bash (command line), SourceTree,TortoiseGit)
Server side ( Gitlab)
Free 3 ways merge Tools
3) Install and Configure Git for Windows

== Local ==
4) Create local and shared Git repos
Add, Remove & Commit Files to repos
5) Working with History
6) Code sharing Model
7) Branching, Tag, Merging, Rebase
8) Handling Conflicts (drama)
9) reset, Chery-pick

= Remote =
– Clone
– Push, Pull, Fetch, Diff
– Branch Remote Repos

โดย คอร์สเทรน จะแบ่งเป็น 2 ช่วง เช้า-บ่าย

คอร์สช่วงเช้า

คุณTomz (วิทยากรที่ให้ความรู้เรื่อง GIT ในครั้งนี้) พูดถึง Introduction to Git (ส่วนนี้ไปหาอ่านเพิ่มเติมได้นะครับ) ต่อด้วยเรื่อง Tools ที่ใช้ประกอบด้วย

Tools ที่ใช้พัฒนาทางฝั่ง client

  • Git bash (command line) (พื้นฐานจพเป็นของติดตั้ง)
  • SourceTree (เครื่องมือ GUI สำหรับใช้งานการทำงานของ GIT เครื่องมือนี้ง่ายดีครับผมแนะนำ)
  • TortoiseGit (เครื่องมืออีกตัวที่ใช้งาน คู่กับ GIT ได้แต่ไม่ได้พูดถึง เพราะขึ้นกับเวลา เน้นไปทางการใช้งานผ่าน command promt จะทำให้จำได้ดีกว่า)

Tools ที่ใช้ทางฝั่ง Server side

  • Gitlab (ทำหน้าที่คล้ายกับ github ไปลองเล่นใช้งานได้จาก https://github.com/ มีเวอชั่นฟรีใช้งานได้)

แนะนำการติดตั้งและตั้งค่า Git ให้ใช้งานได้ สำหรับ windown และ linux

และเมื่อวิทยากรพร้อม เครื่องมือพร้อม เรามาลุยกันเลย

เริ่มแรกให้สร้าง Directory เก็บก่อนโดยหลัก ๆ คุณ Tomz จะเน้นไปทาง command promt คือพิมพ์คำสั่งโดยไม่ผ่าน GUI

  • สร้าง directory เก็บ => "mkdir hello"
  • เข้าไปใน directory  => "cd hello"
  • สร้าง repository  => "git init"
  • สร้างไฟล์ เพื่อใช้ทดสอบ => "cat > hello.txt"
  • นำไฟล์ทดสอบเข้า repository  => "git add hello.txt" (ขั้นตอนนี้เหมือนการนำไฟล์มาพักรอการ push)
  • นำไฟล์ขึ่น server พร้อมแนบคอมเม้น เพื่อการติดตาม => "git commit -m "create new file for test""

git_process

เราก็จะได้ code ที่ไปเก็บไว้ใน repository ของ git เรียบร้อย นอกคำสั่งพื้นฐานเหล่านี้ยังมีคำสั่ง พิเศษเพื่อช่วยในการใช้งาน GIT ให้ดียิ่งขึ้น

  • "git status" (เพื่อดูสถานะ ปัจจุบันของการทำงาน GIT)
  • "git log" (ดูประวัติการทำงาน) หรือ "git log --oneline --abbrev-commit --all --graph --decorate" ก็ได้
  • ฯลฯ มีอีกเยอะครับคำสั่งผมก็เพิ่งเริ่มใช้งานเอาไปเท่านี้ก่อน อยากรู้เพิ่มเติมตามไปดูที่ http://git-scm.com/doc ได้

คอร์สช่วงบ่าย

การนำ clone repository จาก server มาที่เครื่อง (ในที่นี้จะขอใช้ github ครับเป็นที่เก็บ code ส่วนกลาง)

  • ไปสร้าง repository ก่อน (ต้องทำการสมัครสมาชิกก่อน ท่านที่ยังไม่มี account จึงจะสามารถใช้งานได้)

github_create_repo

  • เมื่อสร้างเสร็จ

github_create_detail

  • คำสั่งจะแยกออกเป็น 2 แบบ

–  แบบที่ต้องสร้าง new repository ใหม่ code เรายังไม่ได้สร้าง (ยังไม่ได้ใช้คำสั่ง git init)

 echo # git-workshop-1 >> README.md
 git init
 git add README.md
 git commit -m "first commit"
 git remote add origin https://github.com/pool13433/git-workshop-1.git
 git push -u origin master

–  แบบที่ repository แล้ว

git remote add origin https://github.com/pool13433/git-workshop-1.git
git push -u origin master

เหล่านี้คือส่วนหนึ่งที่ผมได้จากงานนี้ แต่ยังมีอีกเยอะมาก(ผมจดไม่ทัน ความจำผมก็ไม่ค่อยดี 😥 ) การเข้าคอร์สเทรนครั้งนี้ทำให้รู้ความแตกต่างระหว่างการควบคุมเวอร์ชั่นของโค๊ดแบบ เก่า ๆ ผมเคยใช้แต่ svn แต่พอได้เรียน GIT วันนี้จะเริ่มให้ที่ทำงานมาใช้ GIT บ้างแล้ว